Home    ปลดล็อค LTV คาดดันยอดโอน กทม-ปริมณฑล ปี 2565 ไปแตะ 6.91 แสนล้านบาท

จากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกมาตรการ LTV (Loan to Value) หรือ เกณฑ์ในการปล่อยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่ออื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่มีข้อจำกัดวงเงินสินเชื่อสำหรับการกู้เพื่อซื้อที่อยู่อาศัย เพื่อป้องกันและควบคุมความเสี่ยงเชิงระบบ ที่เกิดมาจากสาเหตุหลักๆ คือ การที่ผู้ประกอบการแข่งขันกันพัฒนาโครงการอสังหาต่างๆ (อุปทาน) ออกมาขายในตลาดมากเกินไป พอมีจำนวนมากก็ทำให้เกิดการแข่งขันกันอย่างเข้มข้นและรุนเรืองเพื่อให้มีการระบายสต๊อกอสังหาออก ออกโปรโมชั่นต่างๆ ลด แลก แจก แถม กู้เกิน โครงการเงินเหลือ.. สถาบันการเงินหละหลวมในการอนุมัติสินเชื่อ ทำให้มีปัญหาตามมาหลายๆ อย่าง เช่น ผู้กู้ไม่สามารถส่งงวดได้ตามสัญญา ถูกยึด ขายทอดตลาด, เกิดปัญหาหนี้ครัวเรือนสูงขึ้น เป็นต้น. ดังนั้น ทางธนาคารแห่งประเทศไทย จึงได้ออกมาตรการออกมาควบคุมให้เข้มข้นขึ้น จึงเป็นที่มาของมาตรการ LTV ที่จะได้ยินกันคุ้นหูในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา.

โดยเนื้อหาหลักของ LTV จะอยู่ที่ ต้องการให้ผู้ที่จะกู้ซื้อที่อยู่อาศัยหลังที่ 2 เป็นต้นไป (นับเฉพาะหลังที่ยังติดสัญญาผ่อนอยู่) จะต้องวางเงินดาวน์ขั้นต่ำ 10% ซึ่งหมายความว่า ผู้จะกู้มีเงินออมอยู่ระดับหนึ่งแล้ว มีความมั่นคงในระดับหนึ่ง โอกาสที่จะเป็นหนี้เสียก็จะลดลงไปด้วย.

โดยมาตรการ LTV นี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2562 เป็นต้นมา จนมาถึงวันที่ 20/10/2562 ทางธนาคารแห่งประเทศไทย ได้มีการผ่อนคลายมาตรการ LTV ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยมีเป้าหมายต้องการอัดฉีด เพิ่มเม็ดเข้าไปในระบบเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีธุรกิจเกียวข้องเป็นจำนวนมาก โดยมีสาระสำคัญดังนี้

  1. สำหรับสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่มีมูลค่าต่ำกว่า 10 ล้านบาท ให้สามารถกู้ได้สูงสุด 100% ตั้งแต่หลังที่ 2 (สัญญากู้ที่ 2) เป็นต้นไป. และ สำหรับสินเชื่อที่มีมูลค่าสูงกว่า 10 ล้านบ้าน ให้สามารถกู้ได้สูงสุด 100% ตั้งแต่หลังที่ 1 (สัญญากู้ที่ 1) เป็นต้นไป
  2. การผ่อนคลายมาตรการนี้ เป็นไปแบบชั่วคราว ครอบคลุมสัญญากู้ที่ทำตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2564 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565

โดย ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท) มีการคาดการณว่า จะช่วยดึงเม็ดเงินเข้าสู้ระบบภาพเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ที่มีความสำคัญและธุรกิจอื่น ๆ ต่อเนื่อง คิดเป็นกว่าร้อยละ 9.8 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) และมีการจ้างงานรวมกว่า 2.8 ล้านคน.

สรุปมาตรการ LTV หลังมีการผ่อนคลายมาตรการ

ทางด้านศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS คาดการณ์ไว้ว่า การผ่อนคลายมาตรการ LTV ในครั้งนี้ จะช่วยกระตุ้นมูลค่าการตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพและปริมาณฑลได้มากสุดราว 45,000 ล้านบาท คิดเป็น Upside สูงสุด 7% ส่งผลให้ มูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพและปริมณฑลในปี 2022 จะมีแนวโน้มสูงขึ้นจาก 646,000 ล้านบาท ไปแตะที่ 691,000 ล้านบาท.

แหล่งที่มาของข้อมูล

By Siamurban

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published.